ภาพประกอบรูปตา 6 แบบ — ตาชั้นเดียว ตาสองชั้น หางตาตก ตากลม หนังตาปิด ตาห่าง — สำหรับคู่มือเลือกทรงต่อขนตาที่ My Lash House
โดย Ying·30 เมษายน 2569·8 นาทีในการอ่าน

ต่อขนตาแบบไหนดี? เทียบรูปตา กับ ทรงขนตาที่เหมาะ (คู่มือ 2026 สำหรับมือใหม่)

ถ้าเป็นการต่อขนตาครั้งแรก สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็น “เรา” จริง ๆ ไม่ใช่ราคา แต่เป็นการเลือกทรงให้เข้ากับรูปตาตัวเอง

ขนตาเซตเดียวกันใส่บนตาชั้นเดียวกับใส่บนตาที่มีหนังตาปิด ออกมาคนละลุคเลย ทรงที่เลือกถูกต้องคือสิ่งที่ทำให้เซตหนึ่งดูเหมือนตัวเองในเวอร์ชันเช้าดี ๆ ไม่ใช่ตาคนอื่นมาแปะบนหน้าเรา

คู่มือนี้รวมวิธีที่ครูหญิงใช้จัดทรงให้ลูกค้าจริง ๆ ที่ My Lash House ทุกแฟนปั้นมือสด ๆ ในวันนัด ทุกเซตวางแผนตามตาที่นั่งอยู่ตรงหน้า

คำตอบสั้น ๆ: รูปตา → ทรงขนตา

ตารางเปรียบเทียบ: รูปตา 6 แบบ — ตาชั้นเดียว ตาสองชั้น หางตาตก ตากลม หนังตาปิด และตาห่าง — พร้อมทรงต่อขนตาที่แนะนำ (Classic, Hybrid, Light Volume, Wispy Volume, Mega Volume) และแนวเรียงขนตา (Cat Eye, Doll Eye, Kitten Eye) สำหรับแต่ละรูปตา จากคู่มือต่อขนตาของ My Lash House เชียงใหม่

รูปตาทรงที่แนะนำผลลัพธ์
ตาชั้นเดียวWispy Volume หรือ Light Volumeยกเปลือกตา ตาดูเปิด
ตาสองชั้นClassic Volume หรือ Hybridนุ่ม สมดุล เริ่มต้นง่าย
หางตาตกMega Volume แบบ cat-eyeยกหางตา
ตากลมRussian Volume แบบ doll-eyeยืดตา ไม่ทำให้กลมขึ้น
หนังตาปิดWispy Volumeโผล่พ้นเปลือกตา
ตาห่างHybrid หรือ Classic Volume เน้นหัวตาตาดูชิดเข้าหากัน

แต่ละคู่คือจุดเริ่มต้น เหตุผลเบื้องหลัง วิธีปรับให้พอดีกับตาแต่ละคน และความหมายของ "Cat Eye" หรือ "Doll Eye" ในทางปฏิบัติ อ่านได้ด้านล่าง

ทำไมรูปตาสำคัญกว่าเทรนด์

ทรงขนตาที่เห็นในไอจีหรือ TikTok เป็นรูปตาแบบหนึ่งใส่ทรงเฉพาะหนึ่ง

พอเอาเซตเดียวกันมาใส่ตาคนละแบบ ผลลัพธ์อาจดูหนัก ดูตก หรือดูเหมือนกันไปหมด นี่คือปัญหาของแฟนสำเร็จรูปและเมนูแบบ one-size มันปรับตามตาไม่ได้

การ mapping เปลี่ยนผลลัพธ์ ก่อนทากาว ช่างจะแบ่งโซนของขอบขนตา แล้วตัดสินใจว่าตำแหน่งไหนใส่ขนยาวสุด ตำแหน่งไหนต้องเทเปอร์ลง และเคิร์ลแบบไหนจะนั่งสนิทกับเปลือกตาเรา

ที่ My Lash House ทุกแฟนปั้นมือในระหว่างที่ลูกค้านอนอยู่ตรงนั้น เพื่อให้ขนาดและความหนาของแฟนเข้ากับขนตาแต่ละเส้นที่จะติด ออกแบบไปปรับไปได้ตลอดเซต

ลูกค้าสองคนที่รูปตา “เหมือนกัน” ก็ออกมาคนละเซตได้ และนั่นคือสิ่งที่ควรเป็น

Mapping: ขนตายาวสุดวางตรงไหน

ทรง (Style) กำหนดความหนาและความดราม่าของเซต Mapping กำหนดว่าตาจะออกมาเป็นรูปอะไร ทั้งสองคือคนละการตัดสินใจ และมือใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองเลือกข้อหลังได้

Mapping คือรูปแบบการวางตำแหน่ง — ส่วนไหนของขอบขนตาจะใส่ขนตายาวสุด ส่วนไหนใส่ขนตากลาง ส่วนไหนใส่สั้น 4 แบบที่เราใช้บ่อยที่ My Lash House:

  • Cat Eye — เน้นยาวที่หางตา ค่อย ๆ สั้นลงเข้ามาทางหัวตา ยกตาและทำให้ตาดูยาวขึ้น เหมาะที่สุดสำหรับ หางตาตก และคนที่อยากได้ลุคเซ็กซี่ยกตา
  • Doll Eye — เน้นยาวตรงกลางตา สั้นทั้งสองด้าน เปิดตาและเพิ่มความกลม ระวังถ้าตากลมอยู่แล้ว — อาจดูตกใจได้
  • Kitten Eye — Cat Eye แบบนุ่มนวลกว่า เอียงหางตาเล็กน้อยแต่ไม่ดราม่าเท่า Cat Eye เต็มตัว ใส่ทำงานได้ทุกวัน
  • Hybrid / Natural — ความยาวตามรูปแบบการขึ้นจริงของขนตา ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง ดูเหมือน “ขนตายาวขึ้น” เฉย ๆ ไม่ใช่การเปลี่ยนรูปตา

ทรงเดียวกันที่ใช้ mapping ต่างกัน ออกมาคนละเซตเลย ครูหญิงเลือก mapping ตอนวันนัด จากการดูว่าตาคุณนั่งยังไงเวลาผ่อนคลาย ขนตาจริงเด่นทางไหนอยู่แล้ว และคุณอยากให้ตาออกมาเป็นทรงไหน

หาตัวเองในรายการรูปตา

ถ้าไม่เคยคิดเรื่องรูปตามาก่อน ลองถ่ายรูปไว้สามมุมในแสงธรรมชาติ มองตรง หลับตา และมุมข้าง

รูปทรงเปลือกตา พื้นที่เปลือกตาที่เห็นเวลาตาเปิด และทิศทางที่ขนตาขึ้น จะเป็นตัวบอกว่าจุดเริ่มต้นอยู่ที่ไหน

ตาชั้นเดียว

ภาพประกอบตาชั้นเดียว

แนะนำ: Wispy Volume หรือ Light Volume

ตาชั้นเดียวมีเปลือกตาที่ไม่มีรอยพับ ทำให้ขนตาส่วนหนึ่งซ่อนอยู่ใต้เปลือกเวลาตาเปิด เป้าหมายคือ “ยก” ไม่ใช่อัดความหนาที่จะถูกบัง

Wispy Volume ให้เส้นแยกที่ความยาวต่างกัน เส้นยาว ๆ ที่เป็น spike จะโผล่พ้นเปลือก ตาเลยดูเปิดขึ้น

Light Volume ให้ความฟูแบบนุ่ม ดูเป็นธรรมชาติกว่า ลูกค้าตาชั้นเดียวที่ต่อครั้งแรกหลายคนชอบทรงนี้สำหรับใส่ทุกวัน

เคิร์ลก็สำคัญไม่แพ้ทรง เคิร์ลที่งอนกว่า (มักเป็น CC หรือ D ขึ้นกับขนตาธรรมชาติ) ยกพ้นเปลือกได้ดีกว่าเคิร์ล J ที่งอน้อย ครูหญิงจะเช็กมุมที่ขนตาขึ้นจริง แล้วเลือกให้ตอน mapping

ที่ควรหลีกเลี่ยง: Mega Volume เส้นยาว น้ำหนักที่เพิ่มเข้ามาอาจดึงเปลือกลงและสวนทางกับเอฟเฟกต์ยกที่อยากได้

ตาสองชั้น

ภาพประกอบตาสองชั้น

แนะนำ: Classic Volume หรือ Hybrid

เปลือกตาสองชั้นที่ชัดเป็นพื้นที่แสดงผลที่ดีให้กับขนตา รูปตานี้ทำได้แทบทุกทรง

Classic Volume เป็นเซตแรกที่ดี ความแน่นเพียงพอให้รู้สึกว่าเสร็จ น้ำหนักเบาพอใส่ทุกวันโดยไม่ต้องคิดถึงมัน

Hybrid ผสมขนตาคลาสสิกเส้นเดี่ยวกับแฟนทำมือ ลุคมีมิติขึ้นอีกระดับ ภาพถ่ายดูดี ของจริงไม่ดูเวอร์

ถ้าใช้มาสคาร่ามาหลายปีและอยากได้ขนตาที่เป็นเวอร์ชันเรียบร้อยขึ้นของสิ่งนั้น เริ่มที่ทรงนี้ก่อนได้

หางตาตก

ภาพประกอบหางตาตก

แนะนำ: Mega Volume กับ mapping แบบ cat-eye

หางตาตกคือตาที่หางตาอยู่ต่ำกว่าหัวตา ผลลัพธ์มักดูง่วงหรือเศร้านิด ๆ

Cat-eye mapping ย้ายเส้นที่ยาวสุดและหนาสุดไปอยู่ที่ส่วนหางของขอบขนตา น้ำหนักภาพเทไปทางขึ้น ตาดูถูกยก

Mega Volume ให้ความหนาที่จำเป็นสำหรับส่วนนี้

ถ้าอยากได้แบบเบาลงสำหรับใส่กลางวัน mapping เดียวกันใช้กับ Wispy Volume ก็ได้ เอฟเฟกต์เดียวกันแต่นุ่มกว่า

ลองคุยทั้งสองตัวเลือกในวันคุย เพราะ cat-eye ที่หนักเกินไปอาจข้ามจาก “หรู” ไป “แข็ง” ได้เร็ว

ตากลม

ภาพประกอบตากลม

แนะนำ: Russian Volume กับ mapping แบบ doll-eye

ตากลมเปิดอยู่แล้ว ถ้าใส่ความยาวและความหนาเท่ากันทั้งแถบ ตาอาจดูกลมขึ้นไปอีก เป้าหมายคือยืดตาออก

Doll-eye mapping ใส่เส้นยาวสุดไว้ตรงกลางเปลือก ตาดูยาวขึ้นโดยไม่แบน

Russian Volume เหมาะกับรูปตานี้ เพราะให้เส้นนุ่มที่ฟูโดยไม่มีเส้นแข็งตัด

ทิปเล็ก ๆ จากเก้าอี้ของเรา ลูกค้าตากลมหลายคนแปลกใจว่า doll-eye ที่ mapping ดี ๆ ดูซับเทิลแค่ไหนในวันแรก รูปทรงจะชัดขึ้นจริง ๆ หลังใส่ไปสองสามวันในแสงจริง

หนังตาปิด

ภาพประกอบหนังตาปิด

แนะนำ: Wispy Volume

หนังตาปิดเกิดจากกระดูกคิ้วหรือหนังเปลือกตาที่ปิดส่วนหนึ่งของขอบขนตาเวลาตาเปิด

ความท้าทายคือเซตที่สวยมากแต่นั่งแบนกับขอบขนตาอาจหายไปใต้ชั้นเปลือก

Wispy Volume แก้ปัญหานี้ เส้น spike ยาววางในจุดที่เปลือกยกพ้นจากขอบขนตา ขนตาจึงโผล่ออกมาในจังหวะที่ถูก ไม่ถูกกลืน

เคิร์ลก็ต้องเลือกอย่างระวัง เคิร์ลงอนเกินไปขนตากดเข้ากับเปลือก เคิร์ลตรงเกินไปขนตาซ่อนอยู่ใต้เปลือก

รูปตานี้คือกรณีที่ mapping ตัวต่อตัวสร้างความต่างมากที่สุด เพราะทรงเปลือกของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย

ตาห่าง

ภาพประกอบตาห่าง

แนะนำ: Hybrid หรือ Classic Volume เน้นน้ำหนักหัวตา

ตาห่างคือตาที่ระยะห่างระหว่างตาสองข้างมากกว่าปกติ Cat-eye ที่เหมาะกับหางตาตกจะทำให้ตาห่างดูห่างขึ้น

วิธีแก้คือ map กลับด้าน ใส่ความหนาและเพิ่มความยาวเล็กน้อยที่หัวตา แล้วค่อย ๆ เบาลงที่ปลายหางตา

Hybrid และ Classic Volume ทำส่วนนี้ได้สมดุลโดยไม่ต้องไปจนถึงดราม่า

ผลลัพธ์ละเอียดอ่อน ตาไม่ได้ขยับจริง แต่จุดศูนย์ถ่วงของภาพย้าย ใบหน้าโดยรวมดูบาลานซ์ขึ้น

เมนูทรงขนตาแบบสรุป

ถ้าอยากเห็นเมนูเต็มก่อนคุยกับช่าง นี่คือเวอร์ชันสั้น

ราคาทั้งเมนูต่อขนตาอยู่ที่ ฿590–฿1,590 เช็กเมนูสดที่ mylashhouse.com สำหรับราคาปัจจุบันต่อทรง

ทรง (ไทย)ทรง (อังกฤษ)ระดับดราม่าเหมาะกับ
คลาสสิก 1:1Classic 1:11 / 5แทนมาสคาร่า เป็นธรรมชาติมาก
ลุคธรรมชาติNatural Look1 / 5ใส่ทุกวันนุ่ม ๆ
ไฮบริดHybrid2 / 5มีมิติโดยไม่หนัก
คลาสสิกวอลุ่มClassic Volume2 / 5ใส่ทุกวันแบบเรียบร้อย
ไลท์วอลุ่มLight Volume2 / 5ฟูเบา เหมาะตาชั้นเดียว
รัสเซียนวอลุ่มRussian Volume3 / 5ฟู doll-eye
วิสปี้วอลุ่มWispy Volume3 / 5เส้นแยก เหมาะหนังตาปิดและตาชั้นเดียว
เว็ทลุคWet Look3 / 5ฟินิชเงาเหมือนเพิ่งทามาสคาร่า
เมก้าวอลุ่มMega Volume4 / 5Cat-eye งานถ่ายแบบ งานแต่ง
ขนตาปลอมทั้งแถบStrip Lashvariesใส่ครั้งเดียวสำหรับงาน

ส่วน add-on มีขนตาสีและดัด/ย้อมขนตา

ปัจจัยอื่นที่ควรคิดก่อนจอง

ทรงที่เข้ากับรูปตาเป็นจุดเริ่ม แต่มีปัจจัยอื่นที่มักจะกำหนดการตัดสินใจสุดท้าย

ไลฟ์สไตล์ประจำวัน วันที่ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือเจอความชื้นช่วงหน้าฝนเชียงใหม่ ทำให้ขนตาหลุดเร็วกว่าปกติ ถ้าสัปดาห์ส่วนใหญ่อยู่กลางแจ้งและเหงื่อออก เซตเบาอยู่ได้ดีกว่าเซตหนัก

ความถี่ในการมาเติม ส่วนใหญ่เติมทุก 2-3 สัปดาห์ ทรงหนักดูเต็มในวันแรก แต่อาจรู้สึกบางลงเร็วถ้าไม่ตามเติม เพราะมีขนให้หลุดเยอะกว่า เซตเบาอายุงานยาวกว่าระหว่างนัด

เคยต่อมาก่อนหรือยัง เซตแรกมักรู้สึกหนักกว่าที่คาดไว้นิดหน่อย แม้จะเป็นทรงเบา ตาจะปรับตัวภายในหนึ่งถึงสองวัน ถ้าเป็นครั้งแรก เลือกฝั่งเบา ๆ ของทรงที่เหมาะกับรูปตาดีกว่ารุ่นดราม่าสุด

ความไวของตาและคอนแทคเลนส์ บอกประวัติการแพ้ ระคายเคือง หรือการใส่คอนแทคเลนส์ทุกวันในวันคุย เราจะปรับกาว ตำแหน่งเทป และคำแนะนำหลังต่อให้พอดี

วันนัดครั้งแรกเป็นอย่างไร

เซตแรกใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ส่วนใหญ่คือการต่อจริง

แต่นัดเปิดด้วยการคุยจริง ๆ ไม่ใช่กรอกฟอร์ม

เราจะคุยเรื่องรูปตา ไลฟ์สไตล์ และลุคที่อยากได้ ครูหญิงจะเช็กว่าขนตาธรรมชาติขึ้นยังไง สภาพปัจจุบันเป็นแบบไหน เคิร์ลและความยาวช่วงไหนที่จะนั่งสนิท

แล้วจึงวางแผนเซตบนเปลือกตาที่ปิดอยู่ก่อนปั้นแฟนตัวแรก แฟนทุกตัวปั้นมือสด ๆ ในวันนัด ปรับแก้ระหว่างทำได้

ลูกค้านอนหลับตาตลอดการต่อ สตูดิโอเงียบ ลูกค้าทีละคน ไม่เร่ง ลูกค้าหลายคนหลับไปเลยระหว่างต่อ ซึ่งโอเค

วิธีดูแลหลังต่อจะอธิบายตอนจบนัดแบบละเอียด สรุปสั้น ๆ คือ 24 ชั่วโมงแรกห้ามโดนน้ำ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันบริเวณรอบดวงตา และใช้แชมพูขนตาทำความสะอาดเบา ๆ ทุกวันหลังจากนั้น

ทุกเซตมี รับประกันรีทัช 3 วัน ถ้าขนตาหลุดเร็วผิดปกติใน 3 วันแรกจากปัญหากาวหรือการต่อทางเรา ส่งรูปทักไอจีมา จะนัดรีทัชให้ฟรี

(ไม่ครอบคลุมการขยี้ตา การโดนน้ำเร็วเกินไป หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมัน)

ตัดสินใจไม่ได้? ส่งรูปมาให้ดู

ถ้าเลือกระหว่างสองทรงไม่ได้ หรือตาเราไม่เข้าหมวดข้างบนพอดี ทักไอจีมา ส่งรูปตาเปิดและตาหลับชัด ๆ

ครูหญิงจะตอบกลับพร้อมคำแนะนำ ราคาประมาณการ และคิวว่างถัดไป

My Lash House อยู่ที่สันกลาง ใกล้มหาวิทยาลัยพายัพ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 10 นาที เปิดทุกวัน 10:00-19:00

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

ทักทาง Instagram